วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2554

การใช้โปรแกรม Telnet

การใช้โปรแกรม Telnet ขั้นพื้นฐาน
( Telnet )
        
                 ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมักมีความต้องการใช้โปรแกรมหรือข้อมูลซึ่งเก็บอยู่ในคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น  นอกเหนือไปจากเครื่องที่ใช้งานอยู่ด้วยสาเหตุหลาย ๆ ประการนับตั้งแต่โปรแกรมที่ต้องการใช้งานนั้น ไม่สามารถทำงานภายใต้คอมพิวเตอร์ที่ใช้งานอยู่โดยตรง  เป็นต้นว่าคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานเป็นเครื่องพีซีที่ใช้ระบบปฏิบัติการ เอ็มเอสดอส แต่ต้องการใช้โปรแกรมซึ่งทำงานด้วยระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ หรือเครื่องที่ใช้งานมีสมรรถนะไม่เพียงพอ ตามที่โปรแกรมต้องการเช่นมีหน่วยความจำไม่พอเพียง  เนื้อที่ใช้เก็บข้อมูลจำกัด หรือมีความเร็วในการประมวลผลต่ำ  เป็นต้น
            
เพื่อเอาชนะอุปสรรคดังกล่าวระบบจึงควรมีเครื่องมือให้ผู้ใช้สามารถเข้าไปขอใช้บริการจาก เครื่องอื่นที่อยู่ในเครือข่าย และให้เครื่องนั้นทำหน้าที่ประมวลผลงาน โดยผู้ใช้ป้อนคำสั่งผ่านคอมพิวเตอร์ของตัวเอง  แล้วจึงส่งผลลัพธ์กลับมาแสดงบนหน้าจอ กลไกการทำงานในรูปแบบนี้เรียกว่าการขอเข้าใช้ระบบจากระยะไกล  ในอินเทอร์เน็ตมีโปรแกรมหนึ่งซึ่งทำหน้าที่ให้บริการ เข้าใช้ระบบจากระยะไกลและรู้จักกันเป็นอย่างดีในชื่อของโปรแกรม เทลเน็ต  (Telnet)  นอกไปจากการใช้  Telnet   เพื่อขอเข้าใช้ระบบ จากระยะไกลซึ่งผู้ใช้จำเป็นต้องมีชื่อบัญชี บนเครื่องที่ขอเข้าใช้อยู่ก่อน    ก็ยังมีบริการสาธารณะอีกมากมายในอินเทอร์เน็ตที่สามารถ ใช้บริการด้วย Telnet     โดยไม่จำเป็นต้องมีบัญชีผู้ใช้บนโฮสต์นั้น ตัวอย่างของบริการนี้ได้แก่การค้นข้อมูลจากกระดานข่าว (Bulletin  Board  System) การค้นหาเซอร์ฟเวอร์เก็บแฟ้มข้อมูลด้วยโปรแกรมอาร์ชี (Archie)และบริการโกเฟอร์(Gopher) เป็นต้น
        1 รู้จักกับเทลเน็ต (Telnet)
        
เทลเน็ตเป็นโปรแกรมประยุกต์สำหรับการเข้าใช้ระบบจากระยะไกลเทลเน็ตช่วยให้ผู้ใช้ในอินเทอร์เน็ตนั่ง ทำงานอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ของตนเอง   แล้วเข้าไปใช้เครื่องอื่นที่อยู่ในที่ต่าง ๆ ภายในเครือข่าย เครื่องที่ขอเข้าใช้อาจจะเป็นเครื่องที่อยู่ภายในห้องเดียวกันหรือในตึกเดียวกัน  หรือแม้กระทั่งเครื่องใด ๆ ทั่วทุกมุมโลกที่เชื่อมต่อเป็นส่วนหนึ่งของ อินเทอร์เน็ตอยู่ การเข้าใช้ระบบใด ๆ ด้วยเทลเน็ตให้เรียกใช้โดยการพิมพ์คำสั่ง Telnet   ตามด้วยชื่อโฮสต์ หรือเลขที่อยู่ไอพีของโฮสต์นั้นตามรูปแบบคำสั่ง
telnet  [ชื่อโฮสต์  หรือ  เลขที่อยู่ไอพี]
            เช่นคำสั่ง  telnet  emisc.moe.go.th    
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นการขอใช้โฮสต์   moe.go.th (MOENet) 
        2 การใช้โปรแกรม Telnet
1. ดับเบิ้ลคลิกที่ไอค่อน Telnet
2.
จะปรากฏหน้าต่างโปรแกรมขึ้นมา
3. 
คลิกที่เมนู Connect เพื่อติดต่อไปยังศูนย์บริการ
4. 
เลือกคำสั่ง Remote System….. พิมพ์ ชื่อโฮล์ต หรือ IP Address ของศูนย์บริการเช่น emisc.moe.go.th 
        การเข้าใช้ยูนิกซ์มีชื่อเรียกโดยเฉพาะว่า Login  ยูนิกซ์จะแสดงข้อความว่าพร้อมที่จะรับการเข้าสู่ระบบโดยแสดงเครื่องหมาย Login : ที่จอภาพดังรูป
             ที่เครื่องหมาย
Login : ผู้ใช้ต้องป้อนชื่อบัญชี แล้วกด Enter จากนั้นให้ใส่รหัสผ่านอีกขั้นหนึ่ง (จะไม่เห็นรหัสผ่าน) เสร็จแล้วให้กด Enter หากตรวจสอบแล้วว่าถูกต้อง ก็จะมีเครื่อง $ ซึ่งถือว่าได้เข้าใช้งานระบบแล้ว
            ตัวอย่างข้างต้นแสดงการใช้  Telnet  ต่อ  เชื่อมไปยังโฮสต์  emisc.moe.go.th เมื่อโปรแกรมตรวจพบโฮสต์ก็ต่อระบบเข้ากับโฮสต์  และรอให้ป้อนชื่อบัญชีผู้ใช้กับรหัสผ่าน ตาม ขั้นตอนเช่นเดียวกับการเข้าใช้ระบบโดยปกติ  ต่อจากนั้นผู้ใช้จะสามารถใช้คำสั่ง ที่มีอยู่บนโฮสต์นั้นเสมือนว่าได้นั่งทำงานอยู่ที่โฮสต์นั้นโดยตรง เมื่อออกจากระบบด้วยคำสั่ง logout ก็จะจบการเชื่อมต่อกับโฮสต์ และกลับมาใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของตนเองที่จุดเดิมก่อนการเรียกใช้  Telnet

       3
เทลเน็ตทำงานได้อย่างไร
        
เทลเน็ตเป็นโปรแกรมที่ใช้โปรโตคอลเทลเน็ต   ซึ่งเป็นโปรโคอลส่วนหนึ่งของทีซีพี/ไอพี (TCP/IP) รูปแบบการเชื่อมต่อจะเป็นไปตามแบบ ไคลเอ็นต์-เซอร์ฟเวอร์ (Client-Server) โดยคอมพิวเตอร์ระยะไกล ทำหน้าที่เป็นเซอร์ฟเวอร์  และให้บริการจากเครื่องไคลเอ็นต์ ที่เรากำลังใช้งานอยู่   เมื่อใช้คำสั่ง   Telnet  จากเครื่องไคลเอ็นต์  จะมีการทำงานเกิดขึ้นเป็นขบวนการดังต่อไปนี้
  • ต่อเชื่อมไปยังเครื่องเซอร์ฟเวอร์ผ่านทีซีพี/ไอพี (TCP/IP) 
  • รอรับคำสั่งจากแป้นพิมพ์
  • แปลงรูปแบบคำสั่งให้อยู่ในรูปมาตรฐานแล้วส่งไปยังเซอร์ฟเวอร์
  • รอรับผลลัพธ์จากเซอร์ฟเวอร์ในรูปมาตรฐาน
  • แปลงรูปแบบผลลัพธ์เพื่อแสดงบนจอภาพ
              เครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งทำหน้าที่เป็นเซอร์ฟเวอร์สามารถให้บริการกับเครื่องไคลเอ็นต์หลากชนิด โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นเครื่องชนิดเดียวกัน หรือมีระบบปฏิบัติการเหมือนกัน  เนื่องจากเทลเน็ตเป็นโปรโตคอลในระดับชั้นของการประยุกต์ใช้  การทำงานจะเป็นอิสระ โดยไม่ขึ้นกับฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ใด  เราจึงสามารถใช้โปรแกรมเทลเน็ตจากเครื่องได้หลายชนิดไม่ว่าจะเป็น  พีซี  แมคอินทอช อาตาริ  เพื่อต่อไปยังโฮสต์ในระบบต่าง   นับตั้งแต่สถานีงานยูนิกซ์ไปจนกระทั่งถึงเครื่องในระดับเมนเฟรมหรือซูเปอร์คอมพิวเตอร์
        4 การใช้งานเทลเน็ตในภาวะคำสั่ง
        
ตัวอย่างต่อไปนี้แสดงการใช้เทลเน็ตในภาวะรับคำสั่งจากเครื่อง   emisc.moe.go.th  แล้วจึงใช้คำสั่ง  open  เพื่อขอเข้าใช้เครื่อง  nontri.ku.ac.th  ตามด้วยการใช้คำสั่งบางคำสั่ง  จากนั้นจึงจบด้วยการออกจาก  nontri.ku.ac.th  กลับเข้าสู่    emisc.moe.go.th   ตามเดิม  
 $  telnet      เรียกโปรแกรม 
telnet > open nontri.ku.ac.th    ขอใช้เครื่อง nontri.ku.ac.th
Trying …
Connected  to nontri.ku.ac.th
Escape  character  is  ‘ ^ ] ‘ .
AIX  telnet   (cc1)
IBM  AIX  Version  3  for  RISC  System/6000
( C )  Copyrights  by  IBM  and  by  others  1982,   1991.
$  logout
Connection  closed  by  foreign  host.
$
            5 คำสั่งเบื้องต้นในยูนิกซ์
           
ยูนิกซ์มีคำสั่งใช้งานรวมกันนับร้อยคำสั่ง แต่ส่วนนี้เป็นการทดลอง จะใช้คำสั่งเบื้องต้นไม่กี่คำสั่ง สำหรับท่านใดที่สนใจมากกว่านี้ ต้องหาหนังสือการใช้คำสั่งยูนิกซ์ศึกษาต่อเอง
            ตัวอย่างการใช้คำสั่งยูนิกซ์
1.
คำสั่ง date ใช้แสดงวันที่ เวลา  
 $ date
Mon Aug 11 15:58:50 GMT+0700 1997
         ยูนิกซ์ถือว่าอักขระตัวเล็กและตัวใหญ่แตกต่างกัน คำสั่งในยูนิกซ์โดยปกติแล้วจะใช้ตัวเล็กตลอด หากใช้ตัวใหญ่แล้วจะเกิดข้อผิดพลาดขึ้นดังเช่น  
  $ DATE
DATE: not found

2.
คำสั่งตรวจดูผู้ใช้ในระบบ  
$ w
15:59  up 9 days,  5:20,  10 users,  load average: 0.42, 0.35, 0.27
User           tty                 from             login@    idle   JCPU   PCPU what
monnichu   p2         router.moe.go.th   13:38               8      8    -sh
sombasuw  p4         router.moe.go.th   08:37                             -sh
anothchi     p3         router.moe.go.th   15:43                             -sh
bhubest      p6         203.146.15.32      15:48                1           pine
yothisom    p7         router.moe.go.th   14:35               3      3   pine
daruntha     p8         router.moe.go.th   14:24               3      3   slirp
noppapiy    p9         router.moe.go.th   14:23              13     13  -sh
bumrung    pa         203.146.15.60       15:58                               w

  3.
คำสั่ง finger  ตรวจดูรายละเอียดผู้ใช้ในระบบ  
$ finger
Login        Name              TTY Idle    When            Office
sombasuw  Dr.Sombat Suwanpitak *p4      Mon 08:37  Ministry of 2811077
anothchi  Miss Anothai  Chiech       *p3      Mon 15:43  TCSC        2802841
manassai  Mr.Manas Saisema          *p1      Mon 13:24
jareelim  Miss.Jaree Limlamai         *p5      Mon 08:26  oca         2470013(411)
bhubest   Bhubest Thawon                 p6    1 Mon 15:48  Ministry of 281-7050
yothisom  Mr.Yothin Sommano         p7      Mon 14:35
daruntha  Miss.Darunee Thamapo    *p8      Mon 14:24  oca         2470013(409)
noppapiy  Mr.Noppadol Piyatrap      *p9      Mon 14:23  dove        5093654-5
bumrung   Bumrung Chiablam           pa       Mon 15:58  Ministry of 281-7050
  หากต้องการดูข้อมูลรายละเอียดของผู้ใช้รายใด ให้ใช้คำสั่ง finger ตามด้วยชื่อบัญชี ดังตัวอย่าง  
$ finger bumrung
Login name: bumrung        In real life: Bumrung Chiablam
Office: Ministry of, 281-7050
Directory: /disk14/bumrung              Shell: /bin/sh
On since Aug 11 15:58:47  on ttypa from 203.146.15.60
No Plan.
       4. คำสั่ง ls  ใช้แสดงรายชื่อแฟ้มข้อมูลที่มีอยู่  
$ ls
News      exe       java      mail      passwd    sblive    zip
book        fox       lan       mail_old  ppt       txt
dumpster  html    lansum    mbox      ppt2      web
        การดูรายชื่อแฟ้มข้อมูลอาจดูรายละเอียดได้ โดยใช้คำสั่ง ls แล้วตามด้วย -l (ขีดแอล) ดังเช่น
 
$ ls -l
total 280
drwxr-xr-x   2 bumrung  emisc        512 Jan 13  1997 News
drwxr-xr-x   2 bumrung  emisc        512 Jan 24  1997 book
drwxr-xr-x   3 bumrung  emisc        512 Jan 13  1997 dumpster
drwxr-xr-x   2 bumrung  emisc        512 Feb 12  1997 exe
drwxr-xr-x   2 bumrung  emisc       1024 Jan 13  1997 fox
drwxr-xr-x   4 bumrung  emisc       2048 Jul 15 10:43 html
drwxr-xr-x   2 bumrung  emisc        512 Feb 12  1997 java
drwxr-xr-x   3 bumrung  emisc       1024 Jan 13  1997 lan
drwxr-xr-x   2 bumrung  emisc        512 Jan 13  1997 lansum
drwx------   2 bumrung  emisc        512 Aug  8 10:33 mail
          รายละเอียดเกี่ยวกับไฟล์ มีดังนี้
       
ระบบยูนิกซ์เป็นโอเอสที่มีการใช้แฟ้มร่วมกันได้ หากให้สิทธิ์แก่ผู้ใช้อื่น ซึ่งแฟ้มข้อมูลได้กำหนด         อักษรเป็น 10 ตัวจัดประเภทออกเป็นกลุ่มๆ ดังนี้  กลุ่มที่ 1 อักษรตัวที่ 1
  •  เครื่องหมายลบ (-) แสดงถึงชื่อนี้เป็นแฟ้มข้อมูลหรือไฟล์
  •  ตัวอักษรแอล (l) แสดงถึงชื่อนี้เป็นแฟ้มเชื่อมโยงไปแฟ้มข้อมูลอื่น
  •  ตัวอักษรดี (d) แสดงถึงชื่อนี้เป็นแฟ้มไดเร็คทรอรี่  
-rw-r--r--   1 bumrung  emisc  156477 Jul 18 15:41 passwd
lrw-r--r--   1 bumrung  emisc    69918 Jul 26 17:57 mbox
drwxr-xr-x 2 bumrung  emisc       512 Jan 17  1997 zip
     d rwx r-x r-x
    กลุ่มที่ 2 (ตัวอักษรที่ 2-4) แสดงเจ้าของแฟ้มหรือผู้สร้างแฟ้ม
   
กลุ่มที่ 3 (ตัวอักษรที่ 5-7) ผู้ใช้ในกลุ่มเดียวกับเจ้าของแฟ้ม
   
กลุ่มที่ 4 (ตัวอักษรที่ 8-10) บุคคลอื่น  
  •  r ให้อ่านแฟ้มได้
  •  w ให้เขียนแฟ้มได้
  •  x  เรียกใช้งานแฟ้มได้
  •  - ไม่ให้สิทธิ์ใดๆ
        5. คำสั่ง pwd  ใช้แสดงตำแหน่งที่อยู่ปัจจุบันให้ทราบ
       
กรณีที่เปลี่ยนไดเร็คทรอรี่มากๆ ทำให้เกิดความสับสนว่าขณะนี้ อยู่ ณ ตำแหน่งใด สามารถใช้คำสั่ง pwd เพื่อบอกตำแหน่งได้ เช่น  
$ pwd
/disk14/bumrung

        6.
คำสั่ง cd  ใช้เปลี่ยนไดเร็คทรอรี่ที่อยู่ปัจจุบัน  
$ pwd
/disk14/bumrung
$ cd mail 
เข้าสู่ไดเร็คทรอรี่ ชื่อ mail
$ pwd
/disk14/bumrung/mail
$ cd ..  
ออกจากไดเร็คทรอรี่ ชื่อ mail
$ pwd
/disk14/bumrung
$ cd /  
ออกไปยังไดเร็คทรอรี่แรกสุด (Root Directory)
$ pwd
/
$
        7. คำสั่ง cp  การทำสำเนาแฟ้มข้อมูล
       
ยูนิกซ์มีคำสั่ง cp (Copy) สำหรับใช้ทำสำเนาแฟ้มใหม่หรือคัดลอกแฟ้ม รูปแบบคำสั่ง cp ให้ป้อนชื่อแฟ้มต้นฉบับและชื่อแฟ้มใหม่ โดยเว้นระหว่างชื่อหนึ่งช่องว่างดังนี้  
$ cp  file1  file2 สร้างแฟ้ม file2 จากแฟ้ม file1
$ cp  file1  file3
สร้างแฟ้ม file3 จากแฟ้ม file1
        8. คำสั่ง mv  การย้ายแฟ้มข้อมูล
       
ยูนิกซ์มีคำสั่ง mv (Move) โดยมีรูปแบบเหมือนคำสั่ง cp ให้ป้อนชื่อแฟ้มต้นฉบับและชื่อแฟ้มใหม่ โดยเว้นระหว่างชื่อหนึ่งช่องว่างดังนี้ 
$ mv  file3  newfile3  เป็นการย้ายแฟ้ม file3 ไปเป็นแฟ้ม newfile3
           9. คำสั่ง rm  การลบแฟ้มข้อมูล
       
หากต้องการลบแฟ้มข้อมูลให้ใช้คำสั่ง rm (Remove) ตามด้วยชื่อแฟ้ม ข้อระวังคือยูนิกซ์ไม่มีการถามเพื่อยืนยันการลบ เพราะฉะนั้น ต้องแน่ใจก่อนจะทำการลบ รูปแบบมีดังนี้ 
$ rm  newfile3  เป็นการลบแฟ้ม newfile3
          ถ้าต้องการลบหลายๆแฟ้มในคำสั่งเดียวกัน ให้ป้อนชื่อแฟ้มต่อเนื่องกัน เช่น 
$ rm  file1  file2  เป็นการลบแฟ้ม file1 กับ file2 พร้อมกัน
          10. คำสั่ง mkdir  การสร้างไดเร็คทรอรี่
       
คำสั่ง mkdir ใช้สร้างไดเร็คทรอรี่ใหม่ ชื่อไดเร็คทรอรี่ที่ต้องการให้ป้อนต่อท้ายคำสั่งดังนี้  
$ mkdir  newdir  สร้างไดเร็คทรอรี่ใหม่ชื่อ newdir
          สร้างไดเร็คทรอรี่ 2 ไดเร็คทรอรี่ในคำสั่งเดียวกัน  
$ mkdir  newdir1  newdir2 สร้างไดเร็คทรอรี่ใหม่ชื่อ newdir1 กับ newdir2 พร้อมกัน
           11. คำสั่ง rmdir  การลบไดเร็คทรอรี่
       
คำสั่ง rmdir (Remove Directory) ใช้ลบไดเร็คทรอรี่ที่ไม่ต้องการออกไป รูปแบบคำสั่งเหมือนกับการสร้างไดเร็คทรอรี่ คือป้อนชื่อไดเร็คทรอรี่ที่ต้องการลบดังเช่น  
$ rmdir  newdir  ต้องการลบไดเร็คทรอรี่ที่ชื่อ newdir

         6
ข้อควรคำนึงเมื่อใช้เทลเน็ต
        
ในช่วงที่ระบบมีภาระงานสูงมาก  หรือมีผู้เข้าใช้ระบบอยู่แล้วเป็นจำนวนมาก  การขอเข้าใช้ระบบด้วยการเทลเน็ตไปยังเครื่องนั้น อาจไม่สามารถทำได้สำเร็จ   ในกรณีดังกล่าวอาจต้องทิ้งช่วงเวลาไว้แล้วทดลองใช้เทลเน็ตใหม่  หรือใช้เทลเน็ตในช่วงเวลาที่ ระบบมีภาระงานต่ำ  เครื่องบางเครื่องจะจำกัดระยะเวลาที่เข้าใช้ระบบได้ หรือบันทึกระยะเวลาที่ปล่อยเครื่องว่างไว้โดยไม่ได้ใช้งาน   และเมื่อถึงเวลาตามที่กำหนดไว้ก็จะตัดการเข้าใช้ระบบออกไป   แต่โดยมารยาทแล้วเมื่อจำเป็นต้องทิ้งเครื่องไว้เป็นระยะเวลานาน  ก็ควรจะใช้คำสั่ง  logout  ออกจากระบบก่อนโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเมื่อขอเข้าไปใช้บริการเครื่องที่มีผู้ใช้งานอื่นร่วมด้วยเป็นจำนวนมาก
 ลำดับที่ # [an error occurred while processing this directive]
Copyright &: 2001  Ministry of Education, THAILAND
โดยนายบำรุง  เฉียบแหลม นักวิชาการคอมพิวเตอร์
กลุ่มพัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร์ ศูนย์สารสนเทศ สป. ศธ.
โทร. 281-9809 , 628-5643 , 628-5644  โทรสาร  281-8218  
ติดต่อผู้ดูแลระบบ :
bumrung@emisc.moe.go.th

ควบคุมคอมพิวเตอร์ระยะไกล

ควบคุมคอมพิวเตอร์ระยะไกล อยู่ที่ไหนก็สั่งงานได้ เหมือนอยู่หน้าเครื่อง
  หลายๆ คน ติดตั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไว้ที่บ้าน เพื่อให้สามารถเล่นอินเทอร์เน็ตได้เร็วขึ้น และสามารถเล่นได้นานแค่ไหนก็ได้ ซึ่งแน่นอนว่า คงต้องมีผู้ใช้บางกลุ่ม ที่เปิดเครื่องออนไลน์ไว้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดาวน์โหลดโปรแกรม, เกม, เพลง, หนัง และอื่นๆ ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าต้องใช้เวลาดาวน์โหลดข้ามวันข้ามคืนเลยทีเดียว
แต่การออนไลน์ทิ้งไว้ทั้งวัน โดยไม่มีคนนั่งเฝ้าอยู่หน้าเครื่องนั้นคงไม่ค่อยเข้าท่าสักเท่าไหร่ เพราะคุณไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าขณะนี้คอมพิวเตอร์ที่บ้านกำลังเกิดอะไรขึ้น เช่น อุณหภูมิเครื่องอาจจะสูงขึ้นเพราะเกิดปัญหาขึ้นกับพัดลมระบายความร้อน หรือไฟล์ที่กำลังดาวน์โหลดอยู่เกิดหยุดโหลดไปซะเฉยๆ เป็นต้น ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปทันที ถ้าเราสามารถควบคุม และตรวจสอบคอมพิวเตอร์จากระยะไกลได้ โดยอาศัยโปรแกรมที่เรียกว่า "Remote Desktop" หรือ "Remote Control PC" ซึ่งช่วยให้สามารถควบคุมคอมพิวเตอร์จากระยะไกลให้ดาวน์โหลดไฟล์ใหม่ๆ หรือสั่งตัดต่อวิดีโอทิ้งไว้ ตลอดจนตั้งร้านขายไอเท็มในเกมออนไลน์ จากที่ไหนก็ได้ในโลกนี้! ในทางกลับกัน ถ้าคุณป่วยไม่สามารถไปทำงานได้ แต่ดันมีงานด่วนจี๋เข้ามา ก็สามารถใช้โปรแกรม Remote Control เข้าไปควบคุมคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในออฟฟิศจากที่บ้านได้โดยตรงเลย ช่วยให้ทั้งเรื่องงาน และชีวิตส่วนตัวของคุณไม่ต้องสะดุดอีกต่อไป

โปรแกรม Remote Desktop สร้างขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ ที่ต้องการควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ระยะไกลจากที่หนึ่งไปยังอีกทีหนึ่ง เช่น ถ้าคุณอยู่ที่อเมริกาก็สามารถเข้ามาควบคุมเครื่องที่ประเทศไทยได้ โดยตัวกลางในการเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งสองเครื่องเข้าด้วยกันนั้นใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้นเอง เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการควบคุมจะเรียกว่า "Server" และเครื่องที่ถูกควบคุมจะเรียกว่า "Client" ก่อนที่จะเข้าไปควบคุมคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นได้นั้น คุณจะต้องรู้หมายเลข IP Address ของเครื่องนั้นซะก่อน และต้องติดตั้งโปรแกรมเอาไว้ที่เครื่อง Client ให้เรียบร้อย หากขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไป ก็ไม่มีทางควบคุมได้เด็ดขาดครับ นอกจากการควบคุมจากระยะไกลแล้ว การควบคุมคอมพิวเตอร์ระยะใกล้ภายในวงแลน โปรแกรมประเภทนี้ก็สามารถทำได้ครับ เพียงแค่เปลี่ยนจากหมายเลข IP Address บนอินเทอร์เน็ต มาเป็นหมายเลข IP Address บนเครือข่ายแลน คุณก็สามารถควบคุมคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นได้โดยแทบไม่ต้องลุกจากเก้าอี้ เพราะสามารถทำทุกอย่างได้เสมือนกับนั่งอยู่หน้าเครื่องจริงๆ เลย โปรแกรม Remote Desktop ในปัจจุบัน มีให้เลือกมากมายหลายโปรแกรม แต่ที่เด่นๆ และได้รับความนิยมสูง ก็จะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 4 โปรแกรม ได้แก่ PC Anywhere, NETOP REMOTE CONTROL, Remote Administrator และ Access Remote PC ซึ่งแต่ละตัวก็จะมีความสามารถหลักๆ ใกล้เคียงกัน แต่อาจจะแตกต่างตรงคุณสมบัติแยกย่อย ที่ช่วยให้การควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ระยะไกล ทำได้สะดวกมากขึ้น เราลองมาดูจุดเด่นของซอฟต์แวร์แต่ละตัวกันดีกว่าครับ


Blackz0ne:



บังเอิญ เมื่อไม่กี่วันมานี้มีคนถามถึงการใช้ไอโฟนควบคุมการทำพรีเซนเตชั่นบนเครื่อง คอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการอูบุนตู ซึ่งคำตอบที่น่าจะสะดวกที่สุดก็คือ การทำรีโมต เดสก์ทอป และแอปฯบน ไอโฟน หรือแอนดรอยด์ก็มีของสำหรับพวกนี้อยู่เยอะมาก แต่ที่หยิบเอามาพูดถึงในฉบับนี้ก็คือ Teamviewer เพราะมันใช้ง่าย ขอเพียงให้เครื่องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้

Teamviewer เป็นรีโมต เดสก์ทอป แอปพลิเคชั่นตัวหนึ่งที่ใช้กันอยู่มากบน พีซีทุกตระกูล มันช่วยให้เราสามารถเข้าควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์จากระยะไกลได้ไม่ว่าจะผ่าน ระบบแลนหรือผ่านอินเทอร์เน็ต ด้วยวิธีที่ค่อนข้างง่ายสำหรับผู้ใช้งานทั่ว ๆ ไป แค่ 2 เครื่องเปิดโปรแกรมขึ้นมาแล้วก็ล็อกอินผ่าน ไอดีของเครื่องนั้นเข้าไป

รีโมต เดสก์ทอปนั้นมีประโยชน์มาก และใช้กันอย่างกว้างขวางแทบจะในทุกสาขาอาชีพ รวมทั้งในหมู่เพื่อนฝูงที่ใช้สำหรับการแก้ไขปัญหาคอมพิวเตอร์ให้เพื่อนที่ อยู่กันคนละที่ช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ระดับแอดวานซ์บางคนก็ใช้วิธีนี้แก้ปัญหา ให้ลูกค้า การติดต่อกันระหว่างฝ่ายบริการกับลูกค้า แม้กระทั่งทำพรีเซนเตชั่นผ่านอินเทอร์เน็ต หรือ การเข้ามาดึงไฟล์งานจากเครื่องที่บ้าน เป็นต้น

3-4 วันก่อนน้องคนหนึ่งเอาเครื่องคอมพิวเตอร์ไปให้ช่างซ่อม ซ่อมกันยาว นานห้างปิดต้องมาต่อข้างนอกก็ยังไม่เสร็จ สุดท้ายช่างก็ใช้วิธีรีโมต เดสก์ทอปมาทำต่อหลังจากแยกย้ายกันกลับบ้าน งานบริการลูกค้าหลาย ๆ อย่างปัจจุบันหันมาใช้รีโมต เดสก์ทอปกันเยอะต่างจากสมัยก่อนที่ใช้กันในแวดวงจำกัด

Teamviewer เป็นหนึ่งในโปรแกรมประเภทนั้นที่เป็นที่นิยมแพร่หลาย เพราะเพิ่มฟังก์ชั่นหลายอย่างเข้าไปให้สามารถใช้งานได้สะดวกขึ้น มีระบบความปลอดภัยที่ค่อนข้างดี อีกทั้ง แทบไม่มีข้อจำกัดในเรื่องไฟร์วอลล์ หรือพร็อกซี่ในระบบองค์กร (แต่ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์)

ประมาณสัก 1 ปีมาแล้วที่ Teamviewer เริ่มทำแอปพลิเคชั่นให้มาใช้กันบนอุปกรณ์โมบาย เริ่มจากตระกูล iOS ได้หมดทั้งไอโฟน ไอแพด และไอพอด ทัช แล้วต่อด้วยบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์อีกเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้สะดวกยิ่งขึ้นอีกสำหรับคนยุคใหม่ที่ใช้อุปกรณ์พวกนี้ในชีวิตประจำวัน มากขึ้น

จะเป็นเพื่อน คนที่บ้าน หรือลูกค้าโทร.มาถามปัญหาสามารถใช้ Teamviewer เข้าไปสอนหรือแก้ปัญหาให้ได้เดี๋ยวนั้น

เท่า ที่ทดสอบใช้งาน โดยการสั่งรีโมตจากไอพอด ทัช 4G ไปยัง คอมพิวเตอร์อูบุนตู ประสิทธิภาพของ Teamviewer สูงมาก ความเร็วดีแม้จะเป็นการเชื่อมต่อเน็ตผ่าน EDGE และการใช้ งานยังง่ายมากอีกด้วย (ในภาพประกอบคือการรีโมตไปยังเดสก์ทอปคอมพิวเตอร์)

ถ้าอนาคตคนหันมา ใช้สมาร์ทโฟน และแท็บเลตเพื่อตอบโจทย์ในการทำ งานมากกว่าการบริโภคส่วนตัว แอปฯแบบ Teamviewer ก็น่าสนใจ ทั้งยังเป็นของฟรีสำหรับการใช้งานส่วนตัว และต้องซื้อสำหรับการใช้งานในเชิงพาณิชย์




วิธี ที่ ดี ที่สุด เพื่อ รัน คำ สั่ง ระยะ ไกล ใน เซิร์ฟเวอร์ Windows จาก Java?

มี โซลูชั่น ที่ มี อยู่ สำหรับ การ เรียก คำ สั่ง ใน ระยะ ไกล เซิร์ฟเวอร์ หน้าต่าง จาก Java natively? psexec.exe ไม่ เลือก ตั้งแต่ สมัคร java จะ ต้อง มี แพลตฟอร์ม ข้าม.
แม้ โซลูชั่น preexisting ใช้ Java RM จะ เพียงพอ.
ขณะ นี้ ฉัน ใช้ ห้องสมุด ลูกค้า SSH ให้ SSH ผ่าน java เป็น เซิร์ฟเวอร์ Windows ที่ ทำงาน ภูต SSH cygwin. เศร้า ภูต SSH มี ปัญหา บาง ส่วน เมื่อ มัน ได้ มี มายัง quoting คำ สั่ง ที่ เข้า cmd (ซึ่ง ต่าง จาก การ ทุบตี) เปลือก.
#: 209775     java    ssh    remote    command-line    recommendation     User: Ryan


ตรวจ สอบ Java RDP Client. ไม่ จริง ออก จาก กล่อง แต่ มี การ ขุด น้อย คุณ ควร จะ สามารถ ตัด มัน ลง ไป ที่ สิ่ง ที่ คุณ ต้องการ.
เนื่องจาก ใช้ getopt ผม จะ ถือว่า เป็น GPL'd.
#: 211213     java    ssh    remote    command-line    recommendation     User: ddimitrov


มัน จะ ต้อง ทำงาน บาง แต่ ห้องสมุด remoting ใน ฮั ด สัน ได้ สนับสนุน ที่ ดี สำหรับ การ ทำงาน คำ สั่ง และ ทำ แฟ้ม การ ดำเนิน งาน ผ่าน ทาง เครือ ข่าย บน คอมพิวเตอร์ ระยะ ไกล.
ดู http://hudson.dev.java.net (คุณ จะ ต้อง ดำ น้ำ เป็น โค้ด)

ตั้งค่า เปิด ปิด คอม



    สำหรับ WRT54GL ราคาอยู่1600-1700ครับ แต่คุณต้องมีmodemที่มีPort lan ต่อเข้าRouterอีกตัวก่อนนะครับ ใช้USBไม่ได้ ข้อดีคือถ้ามีหลายเครื่องก็เลือกเปิดได้ตามต้องการครับ
     
     
 
 

    เครื่องคอมพิวเตอร์ ที่ไม่ได้เปิดเครื่อง แต่เสียบปลั๊กอยู่นั้น กินไฟ ประมาณ 50 w เลย ผม ก็นึกว่า เอาแบบ รีเลย์ ง่ายๆเลย จะดีกว่า มั้ย เพราะว่า จะทำงานก็ต่อเมื่อรีเลย์เป็นสะพานไฟ จะได้ไม่ต้องเสียบปลั๊กรอซึ่งกินไฟ ตั้ง 50 w ต่อเครื่องเชียว พอดีวัดไฟ ว่าเครื่องกินไฟไหร่มาเมื่อ ตอน shutdown เครื่องครับ

  







2 ตั้งเวลาเปิดเครื่องด้วย bios
3 ถ้า ควบคุมการเปิดปิดไฟได้ ใน bios จะมีโหมด เปิดเครื่องด้วยไฟ power (ก้อยู่แถวๆ wake on lan นั่นแหละ) โดยจะเดเครื่องทันที ที่เสียบปลั๊ก หรือมีไฟเข้า

ฟังก์ชัน Power Failure Management (Award), APM Configuration (AMI), หรือชื่ออื่น ๆ (จำไม่ได้แล้วครับ) ใน BIOS มี 3 ตัวเลือก

1.Always On หรือ Power On (ก่อนไฟดับจะเปิดหรือปิดก็ช่าง ไฟมาแล้วเครื่องต้องเปิดขึ้นมา)
2.Always Off หรือ Power Off (ไฟมาแล้วเครื่องต้องดับ ห้ามเปิดขึ้นมา)
3.Last State (ก่อนไฟดับ ถ้าเครื่องเปิดอยู่ให้กลับมาเปิด, แต่ถ้าเครื่องดับอยู่ ก็ปล่อยให้ดับต่อไป)

งานนี้ ใช้ค่า 1. Power On เลยครับ
When this item set to [Power On], the system goes on after an AC power loss.

=> ถ้าตั้งไว้เป็นค่านี้ ระบบ(เมนบอร์ด)จะเปิด "หลังจากที่ไฟฟ้ากระแสสลับดับไป"
ตรงคำว่า "หลังจากไฟ AC ดับ" ผมแปลง่าย ๆ เอาเองว่า "ไฟ AC กลับมาติดแล้ว"

คิด ต่อไป >> แปลว่า "ใช้ระบบของ จขกท. เปิดจ่ายไฟ AC เข้าเครื่องให้ PSU จ่ายต่อไปยังเมนบอร์ดที่ Stand by ไว้ในสถานะปิดเครื่อง
เมื่อมีไฟ AC ส่งสัญญาณกระชาก (Ripple) ขึ้นมา BIOS ตรวจจับได้ ก็สั่ง Power On ให้เครื่องคอมพิวเตอร์เราบูทได้ครับ